Upload Image...

เกี่ยวกับเรา

บุปผากัญคลินิก หรือชื่อเต็มๆ คือ  บุปผากัญ คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เป็น คลินิกกัญชาทางการแพทย์ เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง เบาหวาน ไขมัน ความดัน อัลไซเมอร์ ไมเกรน พาร์กินสัน โรคแพ้ภูมิตัวเอง ตอลดจนโรคไม่ติดต่อชนิดอื่นๆ คลินิกกัญชาทางการแพทย์ ถูกก่อตั้ง และ เปิดเป็นทางการเมื่อวันที่…………………………………….. โดย คุณปันนพัฒน์ จังสิริพัฒนกุล ร่วมมือกับ วิสาหกิจชุมชนคนรักหนองหมากฝ้าย กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกัญชาทางการแพทย์ถูกกฎหมาย ซึ่งดำเนินงานโดยคุณปรียากรณ์ จังสิริพัฒนกุล ประธานวิสาหกิจ และ พท.ทศพล ช่างปับ แพทย์แผนไทยประยุกต์ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลซับนกแก้ว

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีผู้คนเสียชีวิตจากความเจ็บป่วยด้วยโรคที่ไม่ติดต่อมากขึ้น (NCDs ย่อมาจาก Non-Communicable Diseases) เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน ไขมัน เป็นต้น และถึงแม้จะมีคลินิกกัญชาทางการแพทย์ของรัฐ ที่ก่อตั้งมาให้บริการมากขึ้นก็ตาม แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน อีกทั้งปริมาณน้ำมันกัญชาที่มีไว้คอยบริการอยู่ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย ดังนั้นเราจึงตั้งใจก่อตั้งคลินิกแห่งนี้ขึ้นเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย ผู้ที่เข้าไม่ถึงการรักษาของภาครัฐ โดยหวังว่าจะช่วยรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรคร้าย ช่วยให้พวกเขา มีสุขภาพกลับมาแข็งแรง มีอายุยืนยาวอยู่กับครอบครัวและบุคคลที่เป็นที่รักให้นานที่สุด

คณะผู้ก่อตั้ง

คุณปันนพัฒน์ จังสิริพัฒนกุล

ผู้ก่อตั้งหลัก

และประกอบกิจการ

คุณปรียากรณ์ จังสิริพัฒนกุล

ประธานวิสาหกิจชุมชน

คนรักหนองหมากฝ้าย

พท.ทศพล ช่างบัป

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การใช้กัญชารักษาโรค

สำหรับวัตถุดิบกัญชา ที่ใช้ใน บุปผากัญคลินิก เราได้รับการสนับสนุน จากไร่กัญชาบุปผากัญ และไร่ของสมาชิกใน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนรักหนองหมากฝ้าย โดยกัญชาที่ได้นั้นผ่านการปลูกแบบออแกนิกส์ (ปลอดสารเคมี) มีการควบคุมกระบวน ตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้วัตถุดิบกัญชาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย เหมาะที่จะนำไปผลิตยาเพื่อผู้ป่วยต่อไป

“สุขภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วยคืองานของเรา”

คลินิกกัญชาทางการแพทย์ บุปผากัญคลินิก ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหมากฝ้าย อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เปิดให้บริการทุกๆ วันจันทร์ พุธ และ ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 17.00 ถึง 19.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 061-878-2951

ใครเหมาะที่จะเข้ารับการรักษาจากคลินิกกัญชาทางการแพทย์

คลินิกกัญชาทางการแพทย์ บุปผากัญ ให้บริการ ผู้ป่วยโรคทั่วไป ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังมานาน ผู้ป่วยผ่านการรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบันมาเป็นระยะเวลานานแล้วไม่หาย ผู้ป่วยโรค NCDs เช่น มะเร็ง เบาหวาน ไขมัน อัลไซเมอร์ โรคแพ้ภูมิตัวเอง(โรคพุ่มพวง) โรคภูมิแพ้ โรคไมเกรน โรคพาร์กินสัน ต้อหิน ต้องกระจก ต้อเนื้อ เป็นต้น

ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งใช้กัญชาทางการแพทย์

ข้อบ่งใช้สารสกัดจากกัญชาทางการแพทย์ ทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทย ดังนี้

ข้อบ่งใช้ที่ได้ประโยชน์

1) ภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด (chemotherapy induced nausea and vomiting)
2) โรคลมชักที่รักษายาก และโรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษา (intractable epilepsy)
3) ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง (spasticity) ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (multiple sclerosis)
4) ภาวะปวดประสาท (neuropathic pain)
5) ภาวะเบื่ออาหารในผู้ป่วย AIDS ที่มีน้าหนักตัวน้อย
6) การเพิ่มคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง

ข้อบ่งใช้ที่น่าจะได้ประโยชน์

1) โรคพาร์กินสัน
2) โรคอัลไซเมอร์
3) โรควิตกกังวลทั่วไป (generalized anxiety disorders)
4) โรคปลอกประสาทอักเสบ (demyelinating diseases) อื่นๆ อาทิ neuromyelitis optica
และ autoimmune encephalitis
5) โรค/ภาวะของโรคอื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์

เกณฑ์ที่รับผู้ป่วยการรักษาในคลินิกกัญชาในสถานบริการสุขภาพ (Inclusion criteria)

– เป็นผู้ป่วยที่มีอาการหรือเป็นโรคที่เข้าเกณฑ์ตามแนวเวชปฏิบัติในการเข้ารับการรักษาด้วยตารับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่
– ภาวะที่แพทย์/แพทย์แผนไทย/แพทย์แผนไทยประยุกต์ เห็นสมควรได้รับการรักษาด้วยตารับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่
– เพศชาย หรือ เพศหญิง มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
– ได้รับการรักษาด้วยยาขนานแรกและวิธีการมาตรฐานทางการแพทย์แผนไทยแล้วอาการไม่ดีขึ้น
– ผู้ป่วยมีสัญญาณชีพและอาการทางคลินิกคงที่ (Vital Signs Stable & Clinically Stable)
– มีการรับรู้และสติสัมปชัญญะดี สามารถสื่อความหมายเข้าใจ

เกณฑ์ที่ไม่รับผู้ป่วยการรักษาในคลินิกกัญชาในสถานบริการสุขภาพ (Exclusion criteria)

– ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้กัญชาและส่วนประกอบอื่นๆ ในตารับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่
– ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยตรงตามอาการหรือโรคตามแนวแนวเวชปฏิบัติการใช้ตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ ในสถานบริการสุขภาพ
– ผู้ป่วยโรคเรื้อรังขั้นรุนแรงหรือไม่สามารถคุมอาการได้ เช่น โรคหัวใจ ยังมีอาการกำเริบบ่อยๆ โรคความดันโลหิตสูงที่คุมความดันไม่ได้ เป็นต้น
– ผู้ป่วยที่มีภาวะ การทำงานของตับและไตผิดปกติ
– ผู้ป่วยที่มีภาวะทางคลินิกอื่นๆ ซึ่งแพทย์ให้ความเห็นว่าจะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย
– อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ วางแผนการตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
– ผู้ป่วยโรคติดต่อร้ายแรง หรือผู้ป่วยโรคติดเชื้อในระยะแพร่กระจาย
– ผู้ป่วยที่เป็นโรคทางจิตเวช หรือ มีอาการของโรคอารมณ์แปรปรวน หรือ โรควิตกกังวล
– ผู้ป่วยที่ติดสารเสพติด รวมถึงนิโคติน หรือเป็นผู้ดื่มสุราอย่างหนัก